แชร์

ซื้อประกันแบบไหน ได้ลดหย่อนภาษี ? มีเงื่อนไขอะไรบ้าง

อัพเดทล่าสุด: 10 ส.ค. 2026
1642 ผู้เข้าชม
which insurance can deduct tax

เมื่อพูดถึงประกัน กับการนำไปลดหย่อนภาษี หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่า ซื้อประกันแบบไหนถึงจะได้ลดหย่อนภาษี ลดหย่อนได้เท่าไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง? เรามาดูกัน

ประเภทของประกันที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มี 2 ประเภท คือ

1. ประกันชีวิต

2. ประกันสุขภาพ

ประกันชีวิต

เรามาทำความรู้จักส่วนประกันชีวิตกันเบื้องต้นก่อน ประกันชีวิต แบ่งออกเป็น 2 แบบ ประกันชีวิตทั่วไป และประกันชีวิตแบบบำนาญ

1. ประกันชีวิตทั่วไป
ให้ความคุ้มครองชีวิตแก่ผู้ที่ทำประกัน หากเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บริษัทประกันก็จะจ่ายเงินตามทุนประกันที่ตกลงในกรมธรรม์ ให้แก่ผู้รับประโยชน์ หรือทายาท เช่น บุคคลในครอบครัว

ประกันชีวิตทั่วไป 4 มีแบบ
1.1 ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) - ส่วนใหญ่คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี เบี้ยประกันถูก ทุนประกันสูง เน้นคุ้มครองกรณีเสียชีวิต และไม่มีเงินคืนระหว่างทาง

1.2 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term)ให้คุ้มครองในช่วงเวลาสั้น ๆ เบี้ยประกันไม่สูง ความคุ้มครองสูง ไม่มีเงินคืนระหว่างทาง และไม่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์

1.3 ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment)เป็นประกันเหมาะสำหรับการออมเงิน ที่คุ้มครองระยะเวลาไม่ยาวมาก เช่น คุ้มครอง 20 ปี ทุนประกันความคุ้มครองต่ำ แต่จะมีเงินคืนระหว่างทาง

1.4 ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked)เป็นประกันที่สามารถควบการลงทุนในกองทุนรวม จะไม่ได้การันตีผลตอบแทน ให้ความคุ้มครองสูง เบี้ยประกันไม่แพงมาก

สิทธิประโยชน์ทางภาษี
ประกันชีวิตแบบทั่วไปนั้น จะสามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (รวมกับเงินฝากแบบมีประกันชีวิตแล้วก็ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)

สำหรับในส่วนประกันชีวิตของคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ต้องเป็นคู่ที่แต่งกันมา ไม่น้อยกว่า 1 ปี จะสามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท

เงื่อนไขการนำประกันชีวิตแบบทั่วไปมาลดหย่อนภาษี
- กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป  และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น 
- หากเป็นกรมธรรม์ที่มีการจ่ายเงินคืนระหว่างทางในทุกปี เงินที่ได้ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี
- หากมีการจ่ายเงินคืนตามช่วงระยะเวลา (เช่น จ่ายคืนทุก 3 ปี) เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา

ถ้าหากเลิกสัญญาฯ หรือเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิตก่อนครบ 10 ปี จะเป็นยังไง?
- จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับกรมธรรม์ฉบับนั้นได้อีก
- ต้องจ่ายคืนภาษีย้อนหลังของทุก ๆ ปีที่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนไป พร้อมดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน ของยอดภาษีที่ต้องจ่าย

ประกันชีวิตแบบ Unit-Linked ลดหย่อนได้แค่ไหน?

ก่อนอื่น ประกัน Unit-Linked ก่อน แบ่งส่วนประกอบของเบื้ยประกันเป็น 2 ส่วนหลักๆ

  1. ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมของกรมธรรม์ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย, ค่าการประกันภัย และค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ แต่จะต้องมีระยะความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น
    - ค่าการประกันภัย เป็นส่วนที่ซื้อความคุ้มครองชีวิต เหมือนที่เราซื้อประกันชีวิตทั่วไป และสามารถเลือกความคุ้มครองได้
    - ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของกรมธรรม์ เช่น ค่าดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการบริหารกรมธรรม์ เป็นต้น
  2. ส่วนที่เหลือนั้น จะเป็นส่วนที่นำไปลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งจะไม่สามารถลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ได้

ประกันชีวิตแบบ Unit-Linked สามารถนำมารวมกับประกันชีวิตแบบทั่วไป ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท (ส่วนที่นำไปลงทุนไม่สามารถนำมารวมเพื่อลดหย่อนภาษีได้)

2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

โดยหลัก ๆ แล้วประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในรูปแบบการช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ โดยจะมีกำหนดให้จ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องไปจนกว่าจะถึงอายุที่ระบุในกรมธรรม์ (อย่างน้อยสุดเมื่ออายุ 55 ปี) แล้วหลังจากนั้นจะจ่ายเงินคืนให้เป็นงวดรายปีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบสัญญา

สิทธิประโยชน์ทางภาษี ของประกันชีวิตแบบบำนาญ
สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

หากไม่ได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนสำหรับประกันชีวิตแบบทั่วไป จะลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลดหน่อยภาษี และการเก็บออมเงินเพื่อวัยเกษียณ

และเมื่อรวมกับ RMF / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน / กองทุนการออมแห่งชาติ จะลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท

เงื่อนไขการนำประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนภาษี
- กรมธรรม์จะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น
ต้องจ่ายผลประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ กำหนดช่วงอายุการจ่ายเงินเป็น 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น และเราต้องจ่ายเบี้ยครบก่อนได้รับผลประโยชน์

ประกันสุขภาพ

ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ทั้งกรณีเจ็บป่วยด้วยโรคภัยต่าง ๆ และอุบัติเหตุ

ประกันสุขภาพที่นำมาลดหย่อนได้ มีอะไรบ้าง
ประกันที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการเจ็บป่วย และการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะเนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ เช่น

- ประกันสุขภาพทั่วไป
- ประกันอุบัติเหตุ เฉพาะที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล การทุพพลภาพ การสูญเสียอวัยวะและการแตกหักของกระดูก
- ประกันภัยโรคมะเร็ง (Cancer Insurance)
- ประกันภัยโรคร้ายแรง (Critical Illnesses)
- ประกันภัยการดูแลระยะยาว (Long-Term Care) เป็นต้น

สิทธิประโยชน์ทางภาษี ของประกันสุขภาพของตนเอง
ลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายตามจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี

ส่วนของประกันสุขภาพประเภท UDR (Unit Deducting Rider) ซึ่งเป็นประกันสุขภาพที่ซื้อพ่วงกับประกันชีวิตแบบ Unit-Linked ก็จะนำมาลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน แต่แค่เฉพาะส่วนที่เป็นค่าธรรมเนียมเพื่อความคุ้มครองสุขภาพเท่านั้น โดยเมื่อรวมเบี้ยประกันสุขภาพเข้ากับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและเงินฝากแบบมีประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท

เงื่อนไขการนำประกันสุขภาพไปลดหย่อนภาษี
ต้องทำกับบริษัทประกันในประเทศไทย

มาถึงตรงนี้แล้ว ถ้ายังไม่เข้าใจต้องการคำปรึกษา หรือยังไม่รู้ซื้อประกัน เลือกความคุ้มครองยังไงดี และยังได้สิทธิทางภาษี ทักหาเราเลย  @CPINTER

สิทธิประโยชน์ทางภาษี ของประกันสุขภาพของพ่อแม่
สิทธิประโยชน์ทางภาษี ของประกันสุขภาพพ่อแม่ สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 15,000 บาทต่อปี

ถ้าร่วมกันจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ กับพี่น้องตัวเอง จะสามารถลดหย่อนได้สูงสุดตามจำนวนยอดเงินหารเฉลี่ยด้วยจำนวนพี่น้องที่ร่วมจ่าย (เช่น จ่ายค่าประกันสุขภาพพ่อแม่ 15,000 บาท ร่วมกันจ่ายกับพี่น้อง 3 คน จะลดหย่อนต่อคนสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท)

อีกทั้งหากคู่สมรสไม่มีรายได้ เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่คู่สมรสก็นำไปใช้ลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาทต่อปีเช่นกัน

เงื่อนไขการนำประกันสุขภาพของพ่อแม่มาลดหย่อนภาษี
- ตัวเรา/คู่สมรส ต้องเป็นลูกแท้ ๆ ตามกฎหมายของพ่อแม่ (ลูกบุญธรรมไม่ได้)
- พ่อแม่ต้องมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท

หากจะใช้ประกันสุขภาพลดหย่อนภาษี เราจะต้องแจ้งบริษัทประกัน เพื่อกรอกแบบฟอร์มเพื่อเป็นการยินยอมให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลของเราต่อสรรพากร

ซี พี อินเตอร์ สรุปรวมๆมาให้เบื้องต้นเท่านั้น เพื่อความแน่ใจ ควรตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขกับบริษัทประกันก่อนซื้อ หรือทักมาปรึกษาได้ที่ ไลน์  @CPINTER รวมถึงศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีกับกรมสรรพากร 

"สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นเพียงแค่ผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการซื้อประกัน ดังนั้นเราควรจะศึกษา และเลือกซื้อประกัน จากความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นหลักนะ"


บทความที่เกี่ยวข้อง
what is monkey pox Post
โรคฝีดาษลิงเข้ามาถึงในไทยแล้ว มาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน ว่ามีอาการยังไง และสามารถรักษา หรือป้องกันตัวเอง จากโรคฝีดาษลิงอย่างไรได้บ้าง
28 ส.ค. 2024
should you buy travel insurance
หลายคนสงสัยไม่น้อย ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งที ควรซื้อประกันเดินทางไว้ดีไหม คุ้มครองอะไรบ้าง ซี พี อินเตอร์ จะไขข้อสงสัยให้ดังนี้...
23 พ.ค. 2024
what are Excess and Deductible
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า ค่าเสียหายส่วนแรก แต่รู้ไหมจริงๆ แล้ว คืออะไร และ ทำไมถึงต้องมีเงื่อนไขนี้ระบุไว้ในกรมธรรม์ กรณีแบบไหนถึงต้องจ่าย
14 มิ.ย. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy