แชร์

เคล็ดลับประหยัดเงินในกระเป๋า ด้วยการลดหย่อนภาษี ปี 2568

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ค. 2025
8725 ผู้เข้าชม

ลดหย่อนภาษี 2568: เคล็ดลับประหยัดเงินในกระเป๋า (ฉบับเข้าใจง่าย)

ใกล้ช่วงยื่นภาษีทีไร หลายคนก็มึนตึ๊บไปกับการคำนวณภาษี รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วเรามีสิทธิ์ประหยัดภาษีได้ด้วยการ "ลดหย่อน"

     ลดหย่อนภาษี ก็เหมือนกับการหักเงินบางส่วนออกจากรายได้ที่ต้องนำไปเสียภาษีนั่นเอง ยิ่งเราลดหย่อนได้มาก เงินที่ต้องจ่ายภาษีก็ยิ่งน้อยลง แถมยังเหลือเงินเก็บเพิ่มอีกด้วย!

วันนี้ ซี พี อินเตอร์ จะมาสรุป "ค่าลดหย่อนภาษี 2568" แบบเข้าใจง่ายๆ ให้คุณเตรียมตัวล่วงหน้า พร้อมเช็คว่าตัวเองมีสิทธิ์ลดหย่อนอะไรได้บ้าง !


  1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

    • ลดหย่อนส่วนตัว: ได้สูงสุด 60,000 บาท ไม่ว่าโสด มีคู่สมรส หรือมีบุตร ก็สามารถลดหย่อนได้

    • ลดหย่อนคู่สมรส: ลดหย่อนได้ ไม่เกิน 60,000 บาท สำหรับคู่ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสไม่มีรายได้ (ได้สูงสุด 1 คน)

    • ค่าฝากครรภ์ และคลอดบุตร: สำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ สามารถลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท ต่อ 1 ครั้ง (การตั้งครรภ์ลูกแฝดจะนับว่าเป็นครรภ์เดียว) หากทั้งสามี และภรรยายื่นภาษีทั้งคู่ จะให้สิทธิลดหย่อนนี้แก่ภรรยาเท่านั้น โดยสามีจะสามารถใช้ลดหย่อนภาษีในกรณีที่ภรรยาไม่มีเงินได้

    • ลดหย่อนบุตร: ลดหย่อนได้ คนละ 30,000 บาท โดยจะต้องเป็นบุตรโดยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนแล้ว และต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี หรือ ไม่เกิน 25 ปี และกำลังศึกษาอยู่ หากอายุเกิน 25 ปี ขึ้นไป ต้องมีสถานะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ถึงจะนำมาลดหย่อนได้ (กรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป สามารถลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท)

      • กรณีมีเฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมาย: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรกี่คนก็ได้ตามจำนวนบุตรจริง

      • กรณีมีเฉพาะบุตรบุญธรรม: สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท สูงสุด 3 คน

      • กรณีมีทั้งบุตรชอบด้วยกฎหมาย และบุตรบุญธรรม: ให้ใช้สิทธิบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายก่อน และหากบุตรบุญธรรมเป็นคนที่ 4 จะไม่สามารถใช้สิทธิได้ แต่ถ้าบุตรบุญธรรมอยู่ในคนที่ 1-3 สามารถใช้สิทธิบุตรบุญธรรมได้

    • ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูพ่อแม่ของตนเอง และของคู่สมรส: ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน หรือรวมกันไม่เกิน 120,000 บาท (ต้องไม่ใช่พ่อแม่บุญธรรม) โดยพ่อแม่จะต้องอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท ไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนซ้ำได้ เช่น ระหว่างพี่หรือน้อง จะใช้สิทธิได้คนเดียว

    • ค่าลดหย่อนภาษีกรณีอุปการะผู้พิการ หรือบุคคลทุพลภาพ: ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท และผู้พิการจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ รวมถึงจะต้องมีหนังสือรับรองการเป็นผู้อุปการะ

           หากผู้พิการ หรือทุพพลภาพ เป็นพ่อแม่ บุตร หรือคู่สมรส สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ทั้ง 2 ส่วน เช่น คู่สมรสเป็นผู้พิการ และไม่มีรายได้ จะสามารถลดหย่อนได้ทั้ง ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท และค่าลดหย่อนอุปการะผู้พิการ 60,000 บาท


  2. ค่าลดหย่อนประกัน เงินออม และการลดทุน

    • เงินประกันสังคม: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 9,000 บาท

    • เบี้ยประกันชีวิต และประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 100,000 บาท (ต้องมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี และทำกับบริษัทประกันชีวิตในไทยเท่านั้น หากมีการยกเลิก หรือเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะไม่สามารถลดหย่อนได้ เพราะผิดเงื่อนไข) - สนใจอยากทำประกันชีวิตทักเลย

    • เบี้ยประกันสุขภาพ และประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ: ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 25,000 บาท - สนใจทำประกันสุขภาพ คลิ๊กเลย

      *เบี้ยประกันชีวิต ประกันแบบสะสมทรัพย์ และ ประกันสุขภาพ ลดหย่อนได้รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท

    • เบี้ยประกันสุขภาพของพ่อแม่: ใช้ลดหย่อนได้ตามจริง สูงสุด 15,000 บาท (บิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี) - สนใจทำประกันสุขภาพ ให้คุณพ่อ คุณแม่ คลิ๊กเลย

    • เงินลงทุนธุรกิจวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise): ผู้ลงทุน ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป นำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท

    • กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG): สามารถนำมาลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 300,000 บาท


    • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: สามารถนำมาลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 200,000 บาท (ต้องมีระยะเวลาความคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10 ปี และทำกับบริษัทประกันชีวิตในไทยเท่านั้น และมีการจ่ายผลประโยชน์รายงวดอย่างสม่ำเสมอ)

    • กองทุนรวมเพื่อนการเลี้ยงชีพ (RMF): นำมาลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 บาท

    • กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF): นำมาลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 200,000 บาท

    • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)/กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 บาท

    • กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 บาท

    • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท

      **สำหรับค่าลดหย่อนประกันชีวิตแบบบำนาญ และกลุ่มการลงทุนเพื่อวางแผนารเกษียณ ได้แก่ RMF SSF กบข. และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และกอช. เมื่อรวมกันทั้งหมด ลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,00 บาท

  3. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

    • เงินบริจาคทั่วไป: ลดหย่อยได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนภาษี

    • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และ เพื่อสถานพยาบาลของรัฐ: นำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนภาษี

    • เงินบริจาคให้พรรคการเมือง: สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 10,000 บาท (เริ่ม 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป)


  4. ค่าลดหย่อน กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

    • Easy e-Receipt 2567: สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 50,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้า และบริการที่มีใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบเสร็จอิเล็กทรนิกส์ (e-Receipt) ตั้งแต่ 1 ม.ค. - 15 ก.พ. 2567 รวมถึงสินค้า และบริการ ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สินค้า OTOP และสินค้าในหมวดหนังสือ (รวมถึง e-Book)
      ***ไม่ใช่สินค้าทุกรายการที่จะเข้าโครงการนี้ ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจึงต้องตรวจสอบรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมรายการเป็นอันดับแรก

    • ค่าลดหย่อนเที่ยวเมืองรอง 2567: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท (เฉพาะ 55 จังหวัดรอง ตัวอย่างเช่น ค่าบริการมัคคุเทศก์ ค่าแพคเกจทัวร์ ค่าที่พัก โรงแรม ระหว่าง 1 พ.ค. - 30 พ.ย. 2567

    • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท

    • ค่าสร้างบ้านใหม่ 67 - 68: ลดหย่อนได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท (10,000 บาท ต่อค่าก่อสร้างที่จ่ายจริงทุก 1 ล้านบาท + VAT) ตามสัญญาจ้าง ระหว่างวันที่ 9 เม.ย. 2567 - 31 ธ.ค. 2568

    • มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย: เฉพาะในเขตพื้นที่ที่กำหนด ระหว่าง 16 ส.ค. - 31 ธ.ค. 2567

      1. ค่าซ่อมบ้าน ไม่เกิน 100,000 บาท

      2. ค่าซ่อมรถ ไม่เกิน 30,000 บาท

คลิ๊กเพื่อดู เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีรูปแบบการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีอยู่ 2 แบบ คือ ภ.ง.ด.90 (สำหรับผู้มีรายได้นอกเหนือจากเงินเดือน) และ ภ.ง.ด.91 (สำหรับผู้มีรายได้เป็นเงินเดือนโดยไม่มีรายได้เสริมอื่น) และจะต้องเตรียมเอกสารดังนี้
1. หนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
2. รายการลดหย่อนภาษีที่รวบรวมทั้งปี เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่าเลี้ยงดูบิดามารดา
3. เอกสารประกอบการลดหย่อนภาษี เพื่อกรอกแบบฟอร์มการยื่นจ่ายภาษี

ยื่นภาษีด้วยตรเองได้ที่กรมสรรพากร หรือผ่านช่องทางออนไลน์ผ่านระบบ e-Filling ของกรมสรรพากร https://efiling.rd.go.th/rd-cms/ และ แอปพลิเชันค RD Smart Tax


     วางแผนลดหย่อนภาษี ไม่ใช่เรื่องยาก! แค่ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น และเตรียมเอกสารที่จำเป็น ก็ช่วยให้คุณประหยัดค่าภาษีได้ แถมยังเหลือเงินเก็บเพิ่มอีกด้วย!
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร

หากสนใจลดหย่อนภาษีด้วยการซื้อประกัน ติดต่อ ซี พี อินเตอร์ ทักเลย ไลน์ @cpinter หรือ โทร  02-483-0789

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงการสรุปเบื้องต้น เพื่อให้เข้าใจง่าย สำหรับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน แนะนำให้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมสรรพากร


บทความที่เกี่ยวข้อง
different of car insurance 1
ผู้ใช้รถบางคนอาจจะพอรู้แล้วว่า ประกันรถยนต์แต่ละประเภท แต่ละชั้น แตกต่างกัน และก็มีบางคนที่ยังไม่รู้ วันนี้เราจะมาสรุปแบบให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้...
11 ก.ย. 2023
ไปเที่ยวต้องซื้อประกันภัยการเดินทางไหม
หลายคนสงสัยไม่น้อย ว่าจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งที ควรซื้อประกันเดินทางไว้ดีไหม คุ้มครองอะไรบ้าง ซี พี อินเตอร์ จะไขข้อสงสัยให้ดังนี้...
23 พ.ค. 2024
Is Fire Insurance needed?
คำถามมักจะเกิดขึ้นเมื่อเราซื้อหรือเช่า บ้าน คอนโด หรืออาคารเพื่อทำธุรกิจ คือจำเป็นไหมต้องซื้อประกันอัคคีภัย หรือต้องซื้อเพิ่มหรือไม่
28 มี.ค. 2024
icon-messenger
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy